กลุมสาระภาษาไทยกลุ่มสาระคณิตศาสตร์กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์กลุ่มสาระศิลป-(ทัศนศิลป์-ดนตรี-นาฏศิลป์)กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษากลุ่มสาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

กลุมสาระภาษาไทยกลุ่มสาระคณิตศาสตร์กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์กลุ่มสาระศิลป-(ทัศนศิลป์-ดนตรี-นาฏศิลป์)กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษากลุ่มสาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
หน้าแรก » ชุดคำสั่ง ภาษา PHP » บทที่ 32 การสร้างและใช้งานคลาส (class) และออปเจค (object)
บทที่ 32 การสร้างและใช้งานคลาส (class) และออปเจค (object)
บทที่ 32 การสร้างและใช้งานคลาส (class) และออปเจค (object)

ภาษาแบบ scripting language ในปัจจุบันหลายๆภาษาก็สนับสนุนการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุด้วย ตัวอย่างเช่น Perl และ PHP ก็รวมอยู่ในนั้นด้วย แม้ว่าจะไม่ซับซ้อนเหมือนอย่างภาษาซีพลัสพลัสหรือจาวาก็ตาม

คลาสคือโครงสร้างที่ประกอบด้วยสมาชิก (class members) หรือคุณสมบัติ (properties) ตามแต่จะเรียก และ ฟังก์ชันสมาชิก (member functions) การนิยามคลาสขึ้นมาใช้งานจะเริ่มด้วย class { ... } โดยข้างในจะมีส่วนของตัวแปรสมาชิก และฟังก์ชันสมาชิกตามลำดับ ฟังก์ชันที่มีชื่อเดียวกับคลาสจะเรียกว่า class constructor ทุกครั้งที่มีการสร้างออปเจคจากคลาสโดยใช้คำสั่ง new ฟังก์ชันที่ทำหน้าที่เป็น class constructor ก็จะถูกเรียกมาทำงานก่อนทุกครั้ง ประโยชน์ของการใช้งานก็เช่น ใช้กำหนดค่าเริ่มต้น หรือเตรียมพร้อมก่อนที่จะเริ่มใช้ออปเจค

ลองดูตัวอย่าง การเขียนคลาสสำหรับแบบข้อมูลเชิงนามธรรม (Abstract Data Type) ที่เรียกว่า stack การทำงานของ stack ก็เป็นดังนี้ ถ้าเราใส่ข้อมูลเข้าไป ข้อมูลเหล่านั้นก็จะถูกเก็บไว้เสมือนกับว่า วางซ้อนกันจากข้างล่างขึ้นข้างบน ถ้าเราจะดึงข้อมูลออกมาใช้ก็จะได้ข้อมูลที่อยู่ข้างบนสุด ซึ่งก็คือข้อมูลที่เราใส่เข้าไปครั้งล่าสุดนั่นเอง หน้าที่ของ stack ที่สำคัญก็มีเช่น

 push()  ใส่ข้อมูลไว้ใน stack
 pop() ดึงข้อมูลออกมา
 is_empty() ตรวจดูว่า stack มีข้อมูลอยู่อีกหรือไม่ 
 get_size() หาจำนวนของข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ใน stack

ตัวอย่างการสร้างคลาส stack ในภาษา PHP ทำได้ดังตัวอย่างต่อไปนี้ 
 

<?

class stack { 
   var $arrays;  
   var $size;

   function stack() { // class constructor 
     $this->size = 0; 
     unset($this->arrays); 
   }

   function push($elem) {  // put an element on stack 
     $this->arrays[$this->size] = $elem; 
     $this->size++; 
   }

   function get_size() {  // get number of elements stored 
     return $this->size; 
   }

   function is_empty() { // is stack empty ? 
     return ($this->size == 0) ? true : false; 
   }

   function pop() { // retrieve an element from the top of stack 
     if ( $this->is_empty() == false ) { 
       $this->size--; 
       return $this->arrays[$this->size]; 
     } 
     else 
       return 0; 
   } 

$inst = new stack; // create an object from stack class 
echo "initial stack size=".($inst->get_size()),"<BR>\n";

for ($i=0; $i < 10; $i++) { 
  $inst->push( ($i*7)%11 ); 
} 
echo "current stack size=".($inst->get_size()),"<BR>\n";

while (! $inst->is_empty() ) { 
  echo "pop ".$inst->pop(),"<BR>\n"; 
}

echo "stack is ".($inst->is_empty() ? "empty." : "not empty.")."<BR>\n";

$inst = 0; // unuse this instance of class stack 
?>

โปรดสังเกตว่า ตัวแปร $this ที่ปรากฎอยู่ในคลาสจะเหมือน this ที่เราใช้ในภาษาซีพลัสพลัส และการนิยามและสร้างฟังก์ชันสมาชิกจะทำภายในคลาสทั้งหมด (เหมือนในภาษาจาวา)

PHP ยังสนับสนุนการสืบทอดคุณสมบัติของคลาส (inheritance) ทำให้เราสามารถสร้างคลาสขึ้นมาใหม่ โดยใช้คลาสที่มีอยู่เดิมและเพื่อส่วนขยายเข้าไป การสืบสอดคุณสมบัติจากคลาสหนึ่งไปยังอีกคลาสหนึ่ง จะใช้คำสั่ง extends คล้ายกับของภาษาจาวา ตามตัวอย่างดังนี้ 
 

<?

class stack { 
   var $arrays;  
   var $size;

   function stack() { 
     echo "DEBUG> stack constructor<BR>\n"; 
     $this->size = 0; 
     unset($this->arrays); 
   }

   function push($elem) { 
     $this->arrays[$this->size] = $elem; 
     $this->size++; 
   }

   function get_size() { 
     return $this->size; 
   }

   function is_empty() { 
     return ($this->size == 0) ? true : false; 
   }

   function pop() { 
     if ( $this->is_empty() == false ) { 
       $this->size--; 
       return $this->arrays[$this->size]; 
     } 
     else 
       return 0; 
   } 

// class LimitedStack is derived from class stack.

class LimitedStack extends stack { 
   var $max_size;

   function LimitedStack ($capacity = 10)  { 
      $this->stack(); // call stack's constructor explicitly. 
      echo "DEBUG> LimitedStack constructor<BR>\n"; 
      $this->max_size = $capacity; 
   }

   function is_full() { 
     return ($this->max_size <= $this->size) ? true : false; 
   }

   function push($elem) { 
     if ($this->is_full() == false) { 
       $this->arrays[$this->size] = $elem; 
       $this->size++; 
     } 
     else { 
       echo "stack is full!\n"; 
     } 
   } 
}

$inst = new LimitedStack(5); 
echo "initial stack size=".($inst->get_size()),"<BR>\n"; 
for ($i=0; $i < 10; $i++) { 
  if (! $inst->is_full() ) { 
     $inst->push( ($i*7)%11 ); 
  } 
  else  break; 
} 
echo "current stack size=".($inst->get_size()),"<BR>\n"; 
echo "stack is ".($inst->is_empty() ? "empty." : "not empty.")."<BR>\n"; 
 

คลาส LimitedStack นี้มีคุณสมบัติที่ได้รับมาจากคลาส stack แต่แตกต่างตรงที่ว่า เราได้กำหนดความจุ ของ LimitedStack เอาไว้ โดยตัวแปร $max_size ผู้ใช้จะต้องกำหนดขนาดความจุของออปเจคจากคลาส LimitedStack ก่อนใช้ ถ้าไม่กำหนดก็จะใช้ค่า 10 เป็นค่าความจุโดยอัตโนมัติตามตัวอย่าง (เป็น default parameter)

เมื่อมีการกำหนดความจุก็จะต้องมีการเขียนฟังก์ชันสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก ชื่อ is_full()  เพื่อตรวจสอบดูว่า จำนวนของข้อมูลใน stack เท่ากับความจุที่กำหนดไว้แล้วหรือไม่

โปรดสังเกตว่า PHP สนับสนุนการนิยามฟังก์ชันทับฟังก์ชันเดิมของคลาสที่ได้รับคุณสมบัติมา และสิ่งที่จะลืมไม่ได้คือ constructor จากคลาสลูก (child class) จะไม่เรียกใช้ constructor จากคลาสแม่ (parent class) จะต้องมีการเรียกใช้อย่างเจาะจง

ในกรณีที่เราสร้างอาร์เรย์สำหรับเก็บออปเจค เวลาจะใช้ออปเจคแต่ละตัว จะต้องใช้ตัวแปรช่วยตามตัวอย่างต่อไปนี้ 
 

<? 
  // array of objects

class MyObj {  
 var $id;

 function MyObj( $set_id) { 
   // $id = $set_id; <-- this does't work if you forget to use $this 
   $this->id = $set_id; 
 }

 function show() { 
   echo "hello world $this->id<BR>\n"; 
 } 
}

// can create the array of objects 
$obj_array = array(); 
$obj_array[] = new MyObj(1); 
$obj_array[] = new MyObj(2); 
$obj_array[] = new MyObj(3);

// To access each object we must use help variable like follows: 
for($i=0; $i < count($obj_array); $i++) { 
  $tmp = $obj_array[$i]; 
  $tmp->show(); 
}

?>

จากตัวอย่างเราใช้ตัวแปร $tmp ในการเข้าถึงออปเจคแต่ละตัวในถูกเก็บไว้ในอาร์เรย์ $obj_array เนื่องจากเราไม่สามารถเรียกใช้ฟังก์ชันของออปเจคได้โดยตรงถ้าออปเจคอยู่ในอาร์เรย์ เช่น $obj_array[0]->show();



ตั้งคำถามโดย อาจารย์ วรัญญู  บุตรรินทร์ 
หัวใจของการปฏิรูปการศึกษา คือ การปฏิรูปการเรียนรู้ และหัวใจของการปฏิรูปการเรียนรู้ คือ การปฏิรูปจากการยึดวิชาเป็นตัวตั้ง หรือที่เรียกว่า .ผู้เรียนเป็นสำคัญที่สุด. 
Fanpage เพื่อการศึกษา 
เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2555 19:07:29 สอนโดย >> ครูเอ็กซ์
อ่าน 419 ตอบ 0 223.204.59.160