กลุมสาระภาษาไทยกลุ่มสาระคณิตศาสตร์กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์กลุ่มสาระศิลป-(ทัศนศิลป์-ดนตรี-นาฏศิลป์)กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษากลุ่มสาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

กลุมสาระภาษาไทยกลุ่มสาระคณิตศาสตร์กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์กลุ่มสาระศิลป-(ทัศนศิลป์-ดนตรี-นาฏศิลป์)กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษากลุ่มสาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
หน้าแรก » กลุ่มสาระศิลป (ทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์) » ประติมากรรมรูปเคารพ
ประติมากรรมรูปเคารพ
ประติมากรรมรูปเคารพ โดย นายสุรศักดิ์ เจริญวงศ์ 
          ประติมากรรมรูปเคารพ เป็นงานศิลปกรรมเพื่อแสดงความเชื่อทางศาสนา เป็นหลักใหญ่ โดยเฉพาะพระพุทธศาสนา เป็นการรับใช้พระพุทธศาสนาในทางศิลปะด้วยงานศิลปกรรม เนื่องจาก สังคมไทย  มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับพุทธ-ศาสนาอย่างลึกซึ้ง และมีมานานก่อนพุทธศตวรรษที่ ๑๙ จนถึงปัจจุบัน จึงเชื่อคำสั่งสอนของพุทธศาสนาอย่างฝังใจ  ได้แก่ เชื่อในพระรัตนตรัยเชื่อในการกระทำของมนุษย์ว่า ทำดีได้ดี  ทำชั่วได้ชั่ว เชื่อในความจริง ตลอดจนเชื่อความศักดิ์สิทธิ์และอภินิหารต่างๆ รูปแบบของประติมากรรมจึงเป็นรูปทรงแห่งวัตถุที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเป็นสิ่งแทน เป็นสิ่งพรรณนาความรู้สึกอุดมคติ และความเชื่อที่เป็นนามธรรมออกมาเป็นรูปธรรม

          อาจแบ่งประติมากรรมรูปเคารพตามลักษณะของการแสดงออกได้   ๒  ประเภทคือประติมากรรมรูปคน และประติมากรรมรูปสัญลักษณ์ 


ประติมากรรมรูปคน 
          ในประเทศไทยพบประติมากรรมรูปคนที่เป็นรูปเคารพตามคติทางศาสนาต่างๆ คือ เทวรูปในศาสนาฮินดู พระ-พุทธรูป และพระโพธิสัตว์ในพุทธศาสนาลัทธิมหายานและพระพุทธรูปในพุทธศาสนาลัทธิหินยานหรือเถรวาท    ประติมากรรมรูปคนที่สร้างขึ้นเพื่อเคารพบูชานี้ถือการสร้างพระพุทธรูปเป็นประติ-มากรรมรูปคนที่สำคัญและมีการสร้างสรรค์เป็นจำนวนมากที่สุด ทั้งนี้เนื่องจากพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะลัทธิเถรวาท  เป็นที่ยอมรับนับถือของคนไทยต่อเนื่องกันมานานนับจากอดีตจนถึงปัจจุบันพระพุทธรูป จึงเปรียบเสมือนหัวใจของศิลปวัตถุทางศาสนาเพราะเป็นอุเทสะเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อให้รำลึกถึงพระพุทธเจ้า และเพื่อน้อมใจให้พุทธศาสนิกชน ได้ระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญต่างๆ จึงกำหนดแบบท่าทางของพระพุทธรูปเป็นปางต่างๆ ตามพุทธประวัติ เช่น พระพุทธรูปปางมารวิชัย กำหนดรูปพระองค์ประทับขัดสมาธิพระหัตถ์ขวาวางคว่ำอยู่บนพระชานุ (เข่า) พระหัตถ์ซ้ายวางหงายอยู่บนพระเพลา (หน้าตัก) แสดงเหตุการณ์สำคัญในพุทธประวัติตอนที่พระองค์ชี้นิ้วพระหัตถ์ขวาลงพื้นดินเพื่ออ้างแม่พระธรณีให้มาเป็นพยานว่าพระองค์ทรงบำเพ็ญบุญบารมีมากมายในอดีตชาติ สมควรแก่พระรัตนบัลลังก์ที่พระองค์ประทับอยู่เพื่อตรัสรู้ มิใช่พระยาวัสวดีมาร ซึ่งมาผจญเพื่อชิงสิทธินั้น เรื่องราวอันเป็นบุคลาธิษฐานได้รับการกำหนดแบบเป็นรูปธรรมขึ้นเป็นปางต่างๆ การกำหนดแบบท่าทางของพระพุทธรูปเช่นนี้ถือเป็นกฎเกณฑ์มานานแล้วในประเทศอินเดีย แล้วสืบทอดมาสู่ศิลปะของประเทศต่างๆ ที่นับถือพุทธศาสนาและรับอิทธิพลของศิลปะนั้น ซึ่งรวมทั้งศิลปะของไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันด้วย
          พระพุทธรูปของไทยเป็นรูปเปรียบหรือรูปแทนองค์พระพุทธเจ้า แต่มิได้หมายความว่าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีพระพุทธลักษณะดั่งพระพุทธรูปช่างไทยส่วนใหญ่มักศึกษาธรรมจนเข้าถึงแก่นแท้ สามารถสร้างพระพุทธรูปได้งดงามยอดยิ่งดูดั่งรูปเนรมิต รวมพระลักษณะของพระองค์เข้าด้วยหลักธรรม ที่แสดงความรู้แจ้งเห็นจริง การบรรลุพระอรหัตผล การสร้างพระพุทธรูปมิได้มุ่งหมายแสดงคุณลักษณะของพระพุทธเจ้าแต่เพียงส่วนเดียว แต่ต้องทำให้งามต้องรวมใจคนทั้งหลายด้วย เพราะพระพุทธรูปเป็นศูนย์รวมของศาสนิกชนเพื่อกราบไหว้บูชา  สิ่งที่แฝงอยู่ในองค์พระพุทธรูปเป็นเรื่องชวนศึกษาอยู่ไม่น้อยดังเช่น เมื่อเรามองดูพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยนอกจากจะทำให้ผู้ดูรำลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วประติมากรรมยังแสดงคุณค่าความงามทุกส่วนตั้งแต่ปลายพระบาทจรดปลายพระรัศมี แสดงความสมบูรณ์ลงตัวของ

ตั้งคำถามโดย อาจารย์ วรัญญู  บุตรรินทร์ 
หัวใจของการปฏิรูปการศึกษา คือ การปฏิรูปการเรียนรู้ และหัวใจของการปฏิรูปการเรียนรู้ คือ การปฏิรูปจากการยึดวิชาเป็นตัวตั้ง หรือที่เรียกว่า .ผู้เรียนเป็นสำคัญที่สุด. 
Fanpage เพื่อการศึกษา 
เมื่อ 26 กันยายน 2557 13:49:23 สอนโดย >> ครูเอ็กซ์
อ่าน 331 ตอบ 0 113.53.230.98