กลุมสาระภาษาไทยกลุ่มสาระคณิตศาสตร์กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์กลุ่มสาระศิลป-(ทัศนศิลป์-ดนตรี-นาฏศิลป์)กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษากลุ่มสาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

กลุมสาระภาษาไทยกลุ่มสาระคณิตศาสตร์กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์กลุ่มสาระศิลป-(ทัศนศิลป์-ดนตรี-นาฏศิลป์)กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษากลุ่มสาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
หน้าแรก » กลุมสาระภาษาไทย » เรียบร้อยโรงเรียนจีน วลีนี้มีที่มา
เรียบร้อยโรงเรียนจีน วลีนี้มีที่มา

อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว เขียนถึงที่มาของสำนวนนี้ไว้ในหนังสือ "หน้ากระดานเรียง (๑)" 
พิมพ์โดยโครงการจัดพิมพ์คบไฟ ไว้ดังนี้ 

"เรียบร้อยโรงเรียนจีน" นั้น เป็นสำนวนที่มีอายุประมาณเสี้ยวศตวรรษ 
คือเกิดขึ้นในสมัยที่มี กองโรงเรียนราษฎร์ 
อันเป็นส่วนราชการในกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
ส่วนราชการนี้มีหน้าที่ดูแลและควบคุมสถานศึกษาทั้งปวงที่เป็นของเอกชน 
บัดนี้ได้ขยายขึ้นเป็นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน 
มีฐานะเท่ากรม มีเลขาธิการเป็นผู้บังคับบัญชา 

เหตุที่เกิดสำนวนนี้ขึ้น ก็เพราะกองโรงเรียนราษฎร์มีเจ้าหน้าที่ตรวจโรงเรียน 
ดูแลเกี่ยวกับการเรียนการสอน อาคารสถานที่ 
รวมไปถึงการจัดสวัสดิการให้แก่ครูและนักเรียน 
ให้เป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด 

ผลการตรวจโรงเรียนที่เจ้าหน้าที่ของกองโรงเรียนราษฎร์รายงานนั้น 
เป็นเอกสารข้อมูลที่มีผลต่อโรงเรียนราษฎร์เป็นอย่างยิ่ง 
คืออาจได้งบประมาณช่วยเหลือเพิ่ม หรือ ลด หรือ งด ไปเลยก็ได้ 
บางทีก็อาจถึงสั่งปิดโรงเรียนเอาเลยทีเดียว 
เจ้าหน้าที่ตรวจโรงเรียนจึงเป็นที่เกรงอกเกรงใจ 
และเจ้าของโรงเรียนจำเป็นต้องเอาใจใส่ 
ต้อนรับขับสู้เป็นพิเศษทุกครั้งที่มีการไปตรวจโรงเรียน 

แน่นอน เจ้าของโรงเรียนที่เป็นคนจีนย่อมถนัดในเรื่องเช่นนี้ยิ่งกว่าเจ้าของที่เป็นคนไทย 
และเป็นที่รู้จักในบรรดาเจ้าหน้าที่ว่า ใครได้ไปตรวจโรงเรียนจีน 
คนนั้นย่อมเป็นคนของหัวหน้ากอง 
หรือไม่ก็เป็นที่ชอบพอเป็นพิเศษของผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไป 
ผลการตรวจก็จะต้องออกมาว่าเรียบร้อยทุกครั้งไป 

สำนวน "เรียบร้อยโรงเรียนจีน" จึงเกิดขึ้นแรก ๆ ก็ใช้กันเฉพาะในกองโรงเรียนราษฎร์ 
แต่ต่อมาก็ได้ขยายวงออกไปเรื่อย ๆ ผู้ที่ใช้รู้ที่มาบ้าง ไม่รู้บ้าง 
จึงเป็นเหตุให้สำนวนนี้แตกลูกออกไปต่าง ๆ 

ที่มา ๑๐๘ ซองคำถาม 


ตั้งคำถามโดย อาจารย์ วรัญญู  บุตรรินทร์ 
หัวใจของการปฏิรูปการศึกษา คือ การปฏิรูปการเรียนรู้ และหัวใจของการปฏิรูปการเรียนรู้ คือ การปฏิรูปจากการยึดวิชาเป็นตัวตั้ง หรือที่เรียกว่า .ผู้เรียนเป็นสำคัญที่สุด. 
Fanpage เพื่อการศึกษา 
เมื่อ 26 กันยายน 2557 10:50:59 สอนโดย >> ครูเอ็กซ์
อ่าน 291 ตอบ 0 113.53.230.98